Narisa.com: Case study on ERP project (ตอนจบ) - Narisa.com

Jump to content

Subscribe to Natty's Blog        RSS Feed

Case study on ERP project (ตอนจบ)

7 Comments
สืบเนื่องจาก Case study on ERP project (Semi Final): หลังจากปรับความเหมาะสมของตัวเอง มีตอนหนึ่งเก๋บอกเอาไว้ว่า

Quote

จะมาเล่าอีกที ตอนโปรเจคเดินทางเสร็จแล้ว หรือ fail ไปแล้วนะคะ มันเป็นไปได้ทั้งสองทางเลย หรือไม่ถ้ามีประเด็นอะไรก็จะมาเล่าอีกค่ะ

กลับมาตามสัญญาค่ะ มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมายใน โปรเจค และตอนนี้ก็เหมือนจะเห็นผลแล้วว่า สรุปเราควรเดินไปทางไหน
สรุปว่าก่อนนะคะว่า โปรเจค fail โดยดุษฎีไม่มีข้อแก้ตัว

แต่ก่อนจะไปที่รายละเอียด เก๋อยากจะย้ำให้ทุกคนเข้าใจว่า project ที่เราสรุปได้ว่ามัน fail ยังดีกว่า project ที่ยืดเยื้อหาคำตอบไม่ได้ ว่าสรุปแล้วเป็นงัย?
คำว่า success และ fail เป็นคำตอบที่มีประโยชน์ ที่จะทำให้ชีวิตก้าวต่อไปข้างหน้าได้ค่ะ

เก๋ขอสรุปการดำเนินงานสั้นๆ ของโปรเจคนี้ ในฐานะรักษาการผู้จัดการโครงการ (อยากจะสั้นๆ จริงๆ แต่ไม่รู้จะสั้นได้อย่างใจหรือเปล่า)
ครั้งแรกของโครงการ เก๋ไม่ได้เข้ามาตั้งแต่ต้น แต่ดู architecture และความเป็นไปได้คร่าวๆ บวกกับ vision ของบริษัท คิดว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะเสร็จ ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เลยทำ cost-benefit analysis เสนอ director ว่า เราจะเสียเงินเท่าไหร่ (โดยที่ผลกำไรเก๋ยกให้เป็นหน้าที่ director ท่านคิดเอง เพราะเก๋ไม่ทราบได้ เพราะในความคิดเก๋ benefit มันไม่น่าจะเยอะกว่า cost ที่ลงไป)

ทำไมคิดแบบนั้น?
- เพราะ ERP ที่ใช้นำมา extend ได้ยาก (ไม่มี service, api ต้องต่อ db ตรงอย่างเดียว)
- มีกระบวนการหลายอย่างที่ไม่ match กับองค์กร (พอจะเห็นรางๆ และถามๆ มาในตอนนั้น แต่ก็ยังไม่สามารถตอบได้แน่ชัด เพราะเพิ่งเข้ามาในโปรเจค) ต้องแก้ปัญหาอีกหลายอย่างสำหรับส่วน core ERP นี้
- ทีมมีจำนวนคนไม่เพียงพอ ประกอบกับ skill ในการพัฒนาโปรแกรมยังไม่เพียงพอที่จะทำระบบขนาดใหญ่ ต้องมีการ training กันอีกหลายส่วน
- มีตัว plugin ที่ต้องทำมากเกินไป และ plugin บางตัว ก็ทำเพื่อแก้ปัญหา ERP ซึ่งจะมีผลกระทบในอนาคตหากมีการปรับ version ของ ERP
- implementer อยู่ไกลมาก ติดต่อกันไม่สะดวก และเค้า concern เฉพาะปัญหาตรงตัว core ERP ไม่ได้สนใจว่า เราจะมี plugin เสริม อีกสักกี่ตัว
-.....
(หมายเหตุ plugin คือ ซอฟท์แวร์ที่มีต่อกับ ERP เพื่อเติมกระบวนการทำงานให้ครบถ้วน ดังนั้น plugin ไม่ได้มีขนาดเล็กอย่างที่คิด แต่มันคือ ระบบหลายๆ อันค่ะ)
และผลสรุปออกมาว่า เรายังต้อง implement ต่อไป ด้วยเหตุผลที่ว่า เพื่อที่จะให้กระบวนการของเราเป็นมาตรฐานสากล ... และโดนตำหนิว่า พวกเราเป็นพวกไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ....
ดังนั้น เราก็ทำดีที่สุดในหน้าที่เราแล้ว จึงรับคำสั่งมาดำเนินการต่อ โดยพยายามประสบความสำเร็จกับตัว plugin ให้มากที่สุด (เรื่อง integration ค่อยคิด เพราะปัญหาตรง core ERP ก็ยังไม่ได้แก้)

ทำอะไรไปบ้าง?
เนื่องจากทุกอย่างดำเนินไปด้วยความเจ็บปวด มีคนลาออกจากโปรเจคทุกเดือน สิ่งเดียวที่ leader ทำได้คือ พยายามปรับ process ให้ทุกคนอยากทำงาน และหาเป้าหมายใกล้ๆ ให้ทุกคนได้ประสบความสำเร็จ เพราะหากคิดถึงเป้าหมายใหญ่ คงไม่มีใครมีแรงจะทำงาน โดยพยายายามเอาแนวคิด Agile หลายๆ อย่างมาปรับใช้เพื่อทีม และก็ใช้เพื่อแสดงให้ผู้บริหารเห็นว่า เราต้องการคนทำงานเพิ่มเติม เราต้องการคนที่มีประสบการณ์เพิ่มเติม เราต้องการการเทรนนิ่ง เป็นต้น และระหว่างที่ทุกอย่างดำเนินไปแบบนี้ ก็มีปัญหาติดขัดตลอด ด้วยตัวโปรแกรมเอง และการทำระบบเสริม มีความลำบากมาก เพราะต้องต่อ db โดยตรง ทำให้เกิดความยากในส่วนของการ query ข้อมูล และ performance ของระบบ

ทุกอย่างดำเนินซ้ำๆ มาแบบนี้ เกือบ 2 ปี

จนกระทั่งเกิดความเปลี่ยนแปลงดังนี้
- มี director ใหม่เข้ามาใน IT
- มีการแต่งตั้งผู้รักษาการผู้จัดการโครงการ

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การลากปัญหาทั้งหมดออกมาแก้อีกรอบ โดยเน้นปัญหาตรงตัว core ERP ก่อน เพราะผู้บริหารมองว่า หากตัว core ERP ไม่ match กับเรา และทำให้เกิดระบบเสริมอีกหลายๆ ตัว ก็แสดงว่า เป็นระบบที่ไม่เสถียร (ถูกต้อง!) จึงเกิดการคุยกันเป็นอันมาก กับหลายๆ ประเทศที่ใช้ ERP ตัวนี้

และผู้บริหารก็ได้เห็นปัญหาชัดขึ้นว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เราไม่ยอมเปลี่ยนแปลง แต่อยู่ว่าว่า บางอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปเป็นแบบนั้นไม่ได้ ด้วยเหตุผลทางกฏหมาย ภาษี ของประเทศไทยที่ไม่เหมือนที่อื่น ดังนั้น การจะนำโปรแกรมจากประเทศอื่นมาใช้ เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยากอยู่แล้ว ประกอบกับที่ไม่สามารถ customize ได้ และไม่ provide service ให้อีก ก็ยิ่งไปกันใหญ่

cost-benefit analysis ถูกเอามาคิดอีกรอบ และผลก็เสียเงินไม่ต่างจากการคิดครั้งแรกมาก... (สรุปว่าจริงๆ รู้ล่วงหน้ามา 2 ปีแล้วแต่ไม่มีใครทำอะไร)

สิ่งที่ natty ทำผิดพลาดในโปรเจคนี้ (บทเรียน)
- การที่ทราบมาตั้งแต่ต้นว่าโปรเจคมีความเป็นไปได้ต่ำ แต่ก็ยังดั้นด้นทำต่อไปเพราะคิดว่า software process สามารถช่วยให้บางอย่างดีขึ้นได้ (จริงๆ เป็นเพราะลาออกไม่ได้ 55)
"Agile คือ direction แต่ไม่ใช่ solution"
- การ apply agile โดยยังไม่ประสบความสำเร็จในการ buy-in ผู้บริหาร หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ในแผนก ต้องให้เค้าเห็นประโยชน์ก่อนค่ะ
- ดำเนินงานไปตามคำสั่งโดยเชื่อว่า น่าจะมีทางประสบความสำเร็จ (มั้ง) โดยที่เห็นชัดทางทฤษฎีอยู่แล้วว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ทำงานตามแบบคนไทยคือ ทำตามคำสั่ง เค้าให้ทำอะไรก็ทำ ไม่อยากมีปัญหากับใคร ในเมื่อทำเต็มที่แล้ว เคยบอกไปแล้ว คุณไม่เชื่อก็ตามใจ บลาๆๆๆ

ความสำเร็จในความล้มเหลวที่เกิดขึ้น
- ได้ปรับการทำงานให้ทีม รู้จักการประสบความสำเร็จแบบปักธงใกล้ๆ จะได้มีกำลังใจ
- เผยแพร่ความรู้ในการพัฒนาซอฟท์แวร์ สอนให้ทุกคนรู้จัก Agile
- สอนให้ทีมใช้งาน automate test
- มองเห็นภาพชัดขึ้นมาก มีประโยชน์ในการตัดสินใจในอนาคต เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการดำเนินงานโครงการทางธุรกิจ
- ได้ใช้ agile จริงๆ ใน project ที่เป็น plugin (ซึ่งก็คือ software) ซึ่งส่วนนี้ถือว่าประสบความสำเร็จค่ะ

no silver bullet นะคะ เราอยากจะ apply process อะไรก็ได้ ที่เหมาะกับองค์กรของเรา แต่เราก็ต้องปรับทุกอย่างให้เข้ากัน เพื่อให้ประสบความสำเร็จ แบบเป็น "solution" ค่ะ

7 Comments On This Entry

Page 1 of 1

zkan 

27 January 2010 - 03:45 PM
ERP ที่นำมาใช้ มีชื่อว่าอะไรครับ
0

natty 

27 January 2010 - 03:52 PM
อ่า ไม่แน่ใจว่าจะบอกได้ไหมอ่ะค่ะ ไม่ทราบจะเป็นข้อมูล confidential หรือเปล่า
0

Rux 

27 January 2010 - 05:53 PM
ขอบคุณมากครับสำหรับประสบการณ์ที่นำมาแบ่งปัน

บทบาทหลักไม่เหมือนกับคุณ natty และการดำเนินการ Project ยังไม่มีปัญหาแต่อย่างได (ระบบมี business ไม่ซับซ้อน แต่ทาง Technical ยุ่งเหยิงพอควร) เลยไม่รู้จะนำอะไรมาแลกเปลี่ยนบ้าง

ผมจะคอยติดตามเรื่องราวในตอนต่อไปใน Project อื่นๆ ครับ...หวังว่าคงไม่หยุดเพียงแค่นี้ :) (สนุก+ได้ความรู้)
0

Sand 

27 January 2010 - 09:55 PM
สู้ๆครับ
0

best0032001 

27 January 2010 - 10:17 PM
ผมอยากเขียนเล่าของตัวเองมากเหมือนกัน แต่เขียนไปคงมีคนไม่ใจแน่ๆๆ แต่เริ่มอยากเล่าเป็นกรณีศึกษา

ขอบคุณพี่nattyมากครับ

โครงการของผม ก็ ยืดออกมาข้ามปีแล้วด้วย
และเหตุ การณ์ที่สำคัญ เราล้ม code กว่า 70 %~ แล้วพัฒนาใหม่
แล้วมีขนาดใหญ่กว่าเดิม 2เท่า

ในขณะที่ทีมงานน้องๆผมมือใหม่หมด ยังเขียนได้(ไม่เป็นไร)
คำสั่ง SQL ธรรมดายังต้องมาสอน (ต่างจังหวัดหาคนเขียนยากครับ)


พีั้ natty สู้ๆ

พูดๆๆไปแล้ว ผมว่าเราน่าจะมา แชร์ การออกแบบกันบ้างนะครับ

แบบว่าเขียนลงblog ไปเลย
0

redghost77 

26 March 2010 - 02:54 AM
ตอนนี้ผมกำลังเริ่มทำอยู่เหมือนกันครับ แต่จ้าง out-source ทำให้น่ะครับ แต่ ERP ที่คุณนำมาใช้นี่ของอะไรครับไม่แน่ใจจะใช้เหมือนกันไหม
0

Pixel 

02 June 2010 - 03:56 PM
อ่านแล้วรู้สึกได้เลย

เพราะ rule ที่ตัวผมเองทำอยู่เป็น rule SA แต่ต้องทำตัวเหมือน Software Architect , Team Lead , SA ไปในตัวเลย
ทีมที่ทำไม่มี PM เช่นกันแต่โชคดีที่น้อง Programmer ในทีมมี skill ช่วยไปด้วย ก็เลยทำให้ตอนนี้ ไปได้เกือบ 60% แล้ว
เหลือแค่ส่วนของ implement ให้เสร็จ

สู้ๆนะครับ ถ้ามองในแง่ดีเราก็ผ่านมันมาได้ และมีภูมิคุ้มกันเพิ่มไปอีก

มีคำๆนึงที่ผมได้มาจากเพื่อนองผม เค้าได้ให้เอาไว้ครับ และผมก็ใช้มันแล้วมันก็ได้ผลจริง

"ต้องพึ่งพาตนเอง และรู้จักแบ่งปันผู้อื่น"


ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจหรอก แต่พอได้เจอปัญหาต่างๆเข้ามา
มันทำให้เข้าใจว่า เราควรจะต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดแล้วต้องยืนด้วยขาของเราเอง
และเมื่อใดที่เรายืนได้แล้ว เราก็จะสามารถแบ่งปันผู้อื่นได้
0
Page 1 of 1

Search My Blog

September 2010

S M T W T F S
   1234
5678910 11
12131415161718
19202122232425
2627282930