I have learned that success is to be measured not so much by the position that one has reached in life as by the obstacles overcome while trying to succeed.

Booker T Washington

Enabling The Software Society

Enabling The Software Society

Search

Home
บทสัมภาษณ์นายข้าวโพดหวาน Print
Written by Administrator   
Thursday, 14 July 2005

>> Discuss this article ?

[Introduction]

หากดูที่สถิติข้อมูลจาก forum ต่าง ๆ ณ วันนี้ หนึ่งในหัวข้อที่ active ที่สุดในส่วน Discussion Forums ของ Narisa.com คือ Java Technology ที่มีนายข้าวโพดหวานเป็นผู้ดูแล ในวันนี้ทางทีมงาน Narisa.com ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ เพื่อให้สมาชิกได้รู้จักนายข้าวโพดหวานมากขึ้น

 

ข้อมูล ณ July 1,2005

วันนี้ทาง Narisa.com รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่นายข้าวโพดหวานได้ให้เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์ และนำบทสัมภาษณ์นี้มานำเสนอให้เพื่อนสมาชิกได้อ่านกัน

อนึ่งบทสัมภาษณ์นี้ เราได้สัมภาษณ์นายข้าวโพดหวานด้วยการสัมภาษณ์ผ่านทางอีเมล์ เนื่องจากทั้งนายข้าวโพดหวาน และผู้สัมภาษณ์อยู่ไกลกันเกินที่จะพูดคุยกันแบบตัวต่อตัวได้

เรามาอ่านบทสัมภาษณ์นายข้าวโพดหวานกันเลยนะครับ

[Personal]

Narisa.com : ขอเริ่มด้วยคำถามที่อาจจะตรงไปสักนิด แต่ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายท่านก็อยากรู้ว่า นายข้าวโพดหวาน คือใครครับ  กำลังทำอะไร อยู่ที่ไหนครับ และทำไมต้องข้าวโพดหวานครับ

นายข้าวโพดหวาน : สวัสดีครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคุณ fuju และทีมงาน narisa.com ที่สร้างเวปบอร์ดแห่งนี้ให้เป็นชุมชนสาธารณะสำหรับนักพัฒนาซอฟท์แวร์คนไทยใช้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และช่วยเหลือกันและกัน ตอนนี้เรามีสมาชิกครบสามพันคนเข้าไปแล้ว  นับว่าเป็นชุมชนที่เติบโตเร็วไม่น้อยทีเดียว ต้องขอแสดงความยินดีมา ณ ที่นี่ด้วยครับ ผมก็เป็นหนึ่งในสมาชิกที่สมัครเป็นคนที่ 226 ตั้งแต่เมื่อกว่าสองปีมาแล้ว หวังว่าคงไม่อาวุโส(แก่)เกินไปนะครับ :O-)

Image ชื่อข้าวโพดหวานเป็นชื่อที่ผมเลือกสำหรับใช้ออนไลน์ โดยขอยืมมาจากชื่อผลิตภัณฑ์การเกษตรของเมืองที่ผมอยู่  จริงๆ  ผมชื่อ วีรศักดิ์ วิทวัสกุล (วี) กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐอิลลินอยส์ วิทยาเขตเมืองเออร์บาน่า แชมเปญ รัฐนี้เป็นรัฐที่มีชื่อเสียงเรื่องการเกษตร ผลิตข้าวโพดได้เป็นลำดับต้นๆของประเทศ ที่เมืองที่ผมอยู่ก็จะมีเทศกาลข้าวโพดหวาน ขายข้าวโพดอบเนยทุกปี ก็เลยทำให้ผมเลือกใช้ชื่อนี้ครับ ถ้าอยากเห็นรูปมหาวิทยาลัยและเมืองที่ผมอยู่ แนะนำให้ไปดูได้ที่ห้องภาพประทับใจ ที่บอร์ด narisa.com หรืออ่านจากเวปบลอกส่วนตัวได้ที่ http://weerasak.com ได้ครับ ถ้าสนใจอ่านบลอกเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟท์แวร์อยากแนะนำเวป Thaidev.org ที่ http://www.thaidev.org

Narisa.com : ย้อนหลังไปเมื่อวันที่ " 1-April 03 "  ณ วันนั้น นายข้าวโพดหวาน รู้จักหรือเกี่ยวข้องกับ Narisa.com อย่างไรบ้างครับ

นายข้าวโพดหวาน : ผมมีความสนใจในเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ การพัฒนาโปรแกรมมาตั้งแต่เด็ก และโชคดีที่ได้เรียน ทำงานในวงการนี้มาโดยตลอด พอผมได้มีโอกาสมาเรียนที่นี่ได้เห็นคนเก่งๆจากหลายๆชาติรวมทั้งอ.ที่ปรึกษาผม (โปรเฟสเซอร์ Ralph Johnson หนึ่งใน Gang of Four ที่เขียนหนังสือ Design Patterns) เค้าขวนขวายหาเรียนรู้จากการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กันอย่างสม่ำเสมอ เลยทำให้คิดว่าเราน่าจะทำแบบนี้กับกลุ่มนักพัฒนาซอฟท์แวร์คนไทยบ้าง จุดเริ่มต้นก่อนที่จะมาเป็นอาสาสมัครให้คำปรึกษา (VC) ให้กับ narisa.com คงต้องนับย้อนไปถึงตอนที่ยังใช้บอร์ดที่พันทิป ห้องนักพัฒนาอยู่เป็นเวลาหลายเดือน ใช้ชื่อที่นั่นว่า oop guy สาเหตุที่ใช้ตอนนั้นคืออยากรู้จักชุมชนออนไลน์ของนักพัฒนาซอฟท์แวร์ อยากรู้ว่ามุมมองของผู้ใช้และชุมชนเป็นอย่างไร และคอยตอบคำถามที่ตนพอมีความรู้ ตอนนั้นได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนออนไลน์อย่างคุณ SL (หรือคุณ lsomchai นั่นเอง) น้องเอี้ยก้วย รวมทั้งเพื่อนคนอื่นๆอีกหลายคน หลังจากใช้มาได้สักพักผมพบว่าคนใช้เวปบอร์ดแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆคือสมาชิกขาจรที่ส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาที่มีคำถามไม่ว่าจะเป็นจากการบ้านหรือโปรเจกหรืออาจะเป็นคนทำงานที่ต้องจับงานที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆที่ยังไม่คุ้นเคย กับกลุ่มสมาชิกขาประจำที่มีทั้งนักศึกษาและคนทำงานที่คอยช่วยตอบกระทู้คำถามเหล่านั้น แต่เนื่องจากจำนวนคนตั้งกระทู้ถามมีมากกว่าจำนวนคนที่ช่วยตอบ ทำให้หลายๆกระทู้ร้าง บางกระทู้มีคนช่วยตอบแต่ไม่ได้รับ feedback ว่าคำตอบที่ตอบไปช่วยเจ้าของกระทู้ได้หรือไม่ ทำให้หลายๆคนขาดแรงจูงใจที่จะช่วยตอบ  กระทู้ที่ไม่ได้โหวตเข้าคลังกระทู้สักพักก็จะหายไป ทำให้คำตอบหายไปด้วย คนตอบก็ไม่อยากจะตอบกระทู้คำถามที่ถามซ้ำๆหลายๆรอบ ตลอดจนมีคน (จำนวนน้อย) ที่ชอบถาม/ตอบกระทู้แบบล่อเป้า แบ่งกลุ่มเป็นสาวกตามเทคโนโลยีหรือภาษาที่ตนถนัดและโจมตีผู้อื่นที่รู้น้อยกว่าหรือไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเหมือนตน โดยลืมมองไปว่าเทคโนโลยีแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียและจุดประสงค์ใช้งานที่แตกต่างกัน ตอนนั้นมีกระทู้เสนอขอปรับปรุงเวปแต่ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าเจตนาของเจ้าของเวปนั้นจะดีแต่หลังจากพบข้อจำกัดต่างๆข้างต้นทำให้ผมรู้สึกอยากจะหาชุมชนแหล่งอื่นที่นอกจากจะมีระบบรองรับและการดูแลที่ดีแล้ว ควรจะมีบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้ รับฟังและเปิดกว้างทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ และการส่งเสริมการพัฒนาคนให้รู้จักวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเอง และพร้อมที่จะเสียสละช่วยเหลือผู้อื่นในเรื่องที่ตนสามารถช่วยได้

จนกระทั่งวันหนึ่ง ได้เห็นกระทู้จากคุณ teddy แนะนำบอร์ด narisa.com คุณ teddy แนะให้ลองติดต่อคุณ fuju ผู้จัดทำเวปบอร์ดนี้ดู ตอนแรกที่ผมได้เข้าไปดู narisa.com เป็นบอร์ดและแหล่งข้อมูลออนไลน์สำหรับการพัฒนาซอฟท์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับ Oracle เป็นหลัก ผมก็เลยส่งอีเมล์ไปคุยและขอความเห็นว่าผมสนใจที่จะช่วยดูแลทางด้านการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (OOP) รวมไปถึงภาษาจาวา และหลังจากที่คุยผ่านอีเมล์ไปมาก็ได้เข้าใจถึงวิสัยทัศน์และเจตนาในการอยากสร้างและพัฒนาชุมชนสำหรับนักพัฒนาเหมือนๆกัน ทำให้เกิดห้องจาวาขึ้นมาโดยคุณ fuju มอบหมายให้ผมดูแล หลังจากนั้นเพื่อนๆน้องๆหลายๆคนก็ตามมาเป็นสมาชิก และมีการแนะนำกันต่อๆกันจนกระทั่งทำให้มีคนรู้จักและกลายมาเป็นสมาชิกขาประจำกับที่ narisa.com เพิ่มมากขึ้นอย่างที่คาดไม่ถึง จนกระทั่งในภายหลังได้มีการขอเปิดห้อง J2EE กับ J2ME แยกออกมา ตัวเวป narisa.com เองก็มีการขยับขยายปรับปรุงแลดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการอัพเกรดเวปบอรด์ มีวิกิ บลอกให้บริการเพิ่มเติมเพื่อรองรับกับจำนวนและความต้องการของสมาชิกที่เพิ่มมากขึ้นโดยไม่คิดค่าบริการหรือแม้แต่จะมีการแทรกโฆษณาในเวปแต่อย่างใด ผมก็อยากจะกล่าวขอบคุณทีมงาน ผู้ให้ความสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่เวป และเพื่อนๆทุกๆคนที่ช่วยกันสร้างชุมชนแห่งนี้ด้วยกันมา ณ ที่นี่ด้วยครับ

Narisa.com : อะไรทำให้ นายข้าวโพดหวาน ตัดสินใจเลือกที่จะใช้เวลาส่วนตัวมาช่วยกันสร้าง Narisa.com ครับ

นายข้าวโพดหวาน : ผมมีความใฝ่ฝันอยากสร้างชุมชนออนไลน์สำหรับนักพัฒนาซอฟท์แวร์คนไทย เหมือนกับที่ต่างประเทศมี เพราะผมคิดว่าชุมชนออนไลน์สามารถใช้แพร่กระจายความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าคนส่วนใหญ่เข้ามามีส่วนร่วมก็จะทำให้สังคมโดยรวมมีความแข็งแกร่งขึ้น ที่ผ่านมาเรายังขาดชุมชนที่เป็นแหล่งความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์หลังจากเรียนจบ หรือแนะนำนักศึกษาหรือผู้สนใจเทคโนโลยีการพัฒนาซอฟท์แวร์นอกเหนือจากการศึกษาจากในสถาบันการศึกษา ทำให้ขาดการพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง ต่างคนต่างต้องฝึกฝนกันเอง หรือไม่ก็ต้องพึ่งพาต่างชาติ ทั้งๆที่ผมเชื่อว่าคนไทยเป็นคนมีความรู้ความสามารถไม่น้อยกว่าชาติอื่น แต่การที่ชุมชนจะพัฒนาต่อเนื่องได้ จุดสำคัญจุดหนึ่งคือชุมชมแห่งนั้นควรจะต้องสร้างบรรยากาศที่เกื้อกูลต่อการแลกเปลี่ยนความรู้และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เท่าที่ผมสัมผัสมาจากการได้ใช้บอร์ดที่ narisa.com และเชื่อว่ามีเพื่อนสมาชิกอีกไม่น้อยที่คิดคล้ายกัน คือความอบอุ่น เป็นกันเอง ที่ได้รับจากเวปแห่งนี้ เพียงแค่ชื่อเวปก็เป็นชื่อที่มีความหมายของผู้จัดทำ(สำหรับคนที่ยังไม่ทราบ ลองค้นกระทู้ประวัติความเป็นมาของชื่อเวปบอร์ด narisa.com นะครับ) จุดนี้เองที่ผมคิดว่าได้เลือกชุมชนที่เหมาะสมกับตน ที่นี่ทำให้ผมได้ความรู้ ได้รู้จักเพื่อนๆในวงการที่ปกติจะไม่มีโอกาสที่จะได้รู้จักกัน มีความสนิทสนม ประทับใจในความรู้และความเสียสละของ VC คนอื่นๆ ทำให้มั่นใจว่าเรายังมีกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์อยากทำให้ชุมชนนักพัฒนาสำหรับคนไทยมีความแข็งแกร่งขึ้น

[Activity]

Narisa.com : เมื่อสักครู่นายข้าวโพดหวานกล่าวถึง Thaidev.org ไม่ทราบว่า Thaidev.org คืออะไร และแนวคิดของ Thaidev.org เป็นอย่างไรบ้างครับ

นายข้าวโพดหวาน : สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก thaidev.org เวปนี้เป็นเวปที่ผมจดโดเมนขึ้นด้วยจุดประสงค์สามประการ อย่างแรกคือ ต้องการจองชื่อ thaidev.org สำหรับใช้ในการพัฒนาซอฟท์แวร์เสรี โดยตอนนี้มีโปรเจคเล็กๆ เช่น โครงการสร้างสีสำหรับภาพที่ใช้ปัก Cross Stitch ที่ได้แนวคิดและต้นแบบจากน้อง zombibi ที่เคยโพสต์ถามใน narisa.com และภายหลังได้บริจาคซอร์สโค้ดสำหรับนำมาพัฒนาต่อ โครงการ Webboard Grabber ที่ใช้ในการดึงข้อมูลจากเวปบอร์ดอื่น ส่วนตัวผมใช้ในการดึงกระทู้จากพันทิปมาจัดเรียงตามเวลาที่มีคนตอบกระทู้ล่าสุด เพื่อจะได้ไล่อ่านง่ายๆว่ากระทู้ไหนมีใครตอบล่าสุดบ้าง และโครงการ org.thaidev.util ที่เป็นไลบรารี่รวบรวมรูทีนที่ใช้บ่อยๆ เป็นต้น

ประการที่สอง ผมใช้ thaidev.org เป็นที่เก็บบลอกของผมเองและสมาชิกคนอื่นที่สมัครไว้ โดยใช้คอนเซปต์แบ่งหัวข้อบลอกออกเป็นบ้านๆ โดยหัวข้อหลักๆจะเป็นข่าวคราวฮาร์ดแวร์ ลิงก์แนะนำซอฟท์แวร์และบทความการเขียนโปรแกรม รวมถึงเรื่องการถ่ายภาพที่เป็นงานอดิเรกของผม ในภายหลังก็ได้มีสมาชิกคนอื่นๆมาช่วยเขียนบลอกกันหลายคน ใครสนใจเข้าไปอ่าน หรือเขียนบลอกของตัวเอง ก็สามารถแวะไปดูได้ครับ

ประการสุดท้ายคือผมใช้เวปแห่งนี้เป็นแหล่งทดสอบ หัดใช้ และส่งเสริมการสร้างชุมชน อย่างบลอก หน้าตาและสคริปต์ของเวปก็เป็นผลลัพธ์มาจากโค้ด php ที่ผมหัดเขียนติดต่อกับโปรแกรมทำเวปบอร์ด phpbb โดยมีจุดประสงค์คือผมต้องการ reuse โค้ดในการจัดเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล และระบบการสมัครสมาชิก ตรวจสอบการล็อกอินที่มีอยู่แล้วของ phpbb นอกจากนี้ถ้าใครมีไอเดียที่อยากทำอะไรบนเวป thaidev.org สามารถมาคุยกันได้ครับ

[Narisa.com Activity]

Narisa.com : ขออนุญาตย้อนกลับมาที่ Narisa.com นะครับ ในทัศนคติของนายข้าวโพดหวาน คิดว่าในวันนี้ Narisa.com มีจุดเด่น และจุดด้อยในส่วนไหนครับ

นายข้าวโพดหวาน : จุดเด่นที่เห็นได้ชัดอย่างแรกของ narisa.com คือบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเองครับ บรรยากาศที่ดีจะเปิดกว้างและส่งเสริมให้คนกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น ต้องการมีส่วนร่วมและเป็นที่ยอมรับของชุมชน โดยแสดงออกมาในรูปแบบของการช่วยเหลือกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัย และการแสดงน้ำใจตอบขอบคุณเมื่อคำถามใดมีคนช่วยตอบ นอกจากนี้ narisa.com ไม่ได้หยุดนิ่ง มีการปรับปรุงตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในการขยายบริการ การดูแลระบบ และรับฟังคำแนะนำจากสมาชิก ผมเชื่อว่าเบื้องหลังการดูแลระบบที่มีผู้ใช้จำนวนมาก ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทีมงานที่นี่สามารถจัดการได้ดีแทบจะไม่สะดุดให้เห็นเลย การเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งก็มีช่วงเวลาทดสอบ และมีแผนเวลาที่ดี แสดงความเป็นมืออาชีพได้ดีทีเดียว

จุดเด่นหรืออาจมองว่าเป็นจุดด้อยของที่นี่ก็คือใช้แล้วติดครับ วันไหนไม่ได้เข้ามาดูมีความรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง (มีใครรู้สึกเหมือนกันบ้างหรือเปล่า) ที่นี่เปรียบเสมือนกับเป็นครอบครัวออนไลน์แห่งหนึ่งของผมเลยทีเดียว สำหรับจุดที่คิดว่าสามารถทำให้ดีขึ้นได้ก็คงอยู่ที่ทำอย่างไรที่จะทำให้สมาชิกขาจรกลายมาเป็นสมาชิกขาประจำ ทำอย่างไรที่จะทำให้คนถามพัฒนาตัวเองมาเป็นคนช่วยตอบ ทำอย่างไรถึงจะจูงใจให้คนอยากเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เรายังขาด VC ที่จะมาช่วยดูแลหัวข้อด้านเทคโนโลยีอื่นๆอีกหลายด้าน จุดเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่แม้จะทำได้ยากแต่ไม่น่าจะเกินความสามารถถ้าเราร่วมแรงร่วงใจกัน สำหรับทางด้านเทคนิค ผมอยากจะเห็นเวปบอร์ดที่นี่อนุญาติให้สมาชิกสามารถปรับแต่งหน้าตา (theme) ได้ รวมไปถึงการโฮสต์โครงการซอฟท์แวร์เสรี สนับสนุนระบบพัฒนาเป็นทีมด้วย CVS และอยากให้มีการกำหนดโควต้าดิสก์สำหรับให้สมาชิกขาประจำสามารถใช้เก็บข้อมูลอย่างซอร์สโค้ด หรือรูปภาพประกอบได้

[Opinion]

Narisa.com : นายข้าวโพดหวาน มีความเห็นว่าการเรียนรู้ Technology ของเพื่อน ๆ Narisa.com เป็นอย่างไรบ้างครับ

Image นายข้าวโพดหวาน : ผมดีใจที่ได้เห็นสมาชิกหลายๆคนมีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีต่างๆที่ไม่ด้อยกว่าคนต่างประเทศเลยครับ สมาชิกหลายๆคนก็มีความใฝ่รู้ คอยติดตามข้อมูลข่าวสารตลอดเวลา ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนที่ทำงานในแวดวงนี้ อย่างไรก็ตามผมเห็นว่าปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งคือเรื่องภาษา ไม่ใช่ภาษาคอมพิวเตอร์นะครับ แต่หมายถึงภาษาอังกฤษ จากการสังเกตผมพบว่าน้องใหม่ในวงการจำนวนไม่น้อยที่ติดปัญหาเรื่องภาษา เลือกที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีจากแหล่งข้อมูลภาษาไทยเป็นหลัก ทำให้เสียโอกาสเป็นอย่างมากถ้าจะรอให้คนอื่นแปลหรือเขียนให้อ่าน อยากจะแนะนำว่าถ้าเป็นไปได้ อยากให้ศึกษาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ยอมเสียเวลากับภาษาอังกฤษตอนนี้ ต่อไปจะเป็นผลดีต่อตัวเองในระยะยาวครับ

Narisa.com : จากประสบการณ์ที่ผ่านมาหลายปี เราเห็นว่า มีสมาชิกที่มีระดับความรู้ที่แตกต่างกันหลายระดับ ทั้งนักศึกษาถึงผู้มีประสบการณ์ในการทำงาน ที่แวะมาที่ Narisa.com นายข้าวโพดหวาน เห็นว่า ทักษะในการใช้ Online Community ของเพื่อนที่ Narisa.com เป็นอย่างไรบ้างครับ

นายข้าวโพดหวาน : สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจจากการสังเกตจากเวปที่นี่คือ การพัฒนาทักษะและความรู้ของสมาชิกใหม่ๆที่แต่เดิมเป็นผู้ถามผู้ขอความช่วยเหลือคนอื่น กลายมาเป็น VC ที่ตอบคำถามช่วยเหลือคนอื่นได้ในภายหลัง สมาชิกส่วนใหญ่ปฏิบัติตามกติกาข้อแนะนำเป็นอย่างดี หลายๆคนรู้จักการใช้เครื่องมือในการหาข้อมูลเบื้องต้นอย่าง google และค้นจากกระทู้ FAQ ก่อนถาม การรู้จักหาคำตอบในเบื้องต้นเองจะช่วยลดเวลาในการหาคำตอบได้มาก และบ่อยครั้งที่คำถามหลายๆคำถาม VC จะตอบโดยการอ้างถึงกระทู้ที่มีอยู่แล้วหรือแนะนำวิธีการค้นคำตอบเองจากแหล่งข้อมูลออนไลน์ เป็นต้น

[Plan]

Narisa.com : เมื่อไหร่นายข้าวโพดหวานจะกลับมาเมืองไทยครับ

นายข้าวโพดหวาน : ก็ต้องรอให้เรียนจบก่อนซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นต้นๆ หรือกลางปีหน้า (พ.ศ. 2549) กำลังชั่งน้ำหนักว่าจะทำงานที่นี่ก่อนดี หรือว่าจะกลับเมืองไทยทันที แต่ถ้ามีโอกาสได้งานที่เหมาะสมในเมืองไทยก็คงจะกลับเลยครับ

Narisa.com : จากกระทู้ "อยากเป็นสมาชิกของ JUGs" ที่มีการพูดถึงการ meeting ของเพื่อนๆ ที่สนใจ Java Technology ไม่ทราบว่า มีโอกาสหรือไม่ที่เพื่อนๆ ที่ Narisa.com จะมีโอกาสเห็นหน้าเห็นตาและได้คุยกับนายข้าวโพดหวาน

นายข้าวโพดหวาน : ด้วยความยินดีอย่างยิ่งเลยครับ ผมก็อยากจะเจอหน้าอยากเห็นตัวเป็นๆ ของเพื่อนๆ น้องๆ คนอื่นเหมือนกัน :) และก็อยากผลักดันให้ที่นี่มีกิจกรรมออฟไลน์มากขึ้น ตอนนี้มีความคิดอยากทำ กิจกรรมนัดพบมุมกาแฟประจำเดือน/ไตรภาค เพื่อทำความรู้จักและพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นในเทคโนโลยีที่น่าสนใจ กิจกรรมเที่ยว/ถ่ายรูป และกิจกรรมช่วยสังคมอย่างสอนคอมพิวเตอร์ให้เด็กหรือหมู่บ้าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับความคิดเห็นและเวลาว่างของสมาชิกคนอื่นด้วย ใครมีความคิดเห็นอะไรเพิ่มเติมเรื่องนี้มาคุยกันได้ที่ห้อง Narisa.com Feedback นะครับ

[Conclusion]

Narisa.com : นายข้าวโพดหวาน มีคำแนะนำ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเพื่อนๆ ที่เริ่มสนใจ Technology ใหม่ทั้งที่เป็น Java และไม่เป็น Java อย่างไรบ้างครับ

นายข้าวโพดหวาน : เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเร็ว และมีอะไรใหม่ๆให้ศึกษาได้ตลอดเวลา การที่เราอยู่ในยุค Information (Overload) Age จำเป็นจะต้องหาสมดุลย์ว่าจุดไหนที่ควรรู้กว้างและจุดไหนที่ควรรู้ลึก จะได้รู้ว่าเราจะต้องตั้งใจศึกษาอะไรเป็นหลักโดยไม่ใช้เวลามากเกินไป และรู้มากพอที่จะรู้จักหาแหล่งข้อมูลเพิ่มในสิ่งที่ตนไม่ชำนาญ ส่วนเทคนิคการเรียนรู้ของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปไม่มีข้อกำหนดตายตัว บางคนชอบศึกษาหาข้อมูลเองจากแหล่งข้อมูลออนไลน์ บางคนชอบอ่านหนังสือแล้วทำตาม บางคนอยากเรียนจากห้องเรียน เข้าอบรม หรือมี mentor/coach/รุ่นพี่คอยแนะนำ เราควรจะต้องรู้จักตัวเองว่าเราเป็นคนชอบแบบไหน จะได้เลือกแนวทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือเราได้ทำในสิ่งที่เราชอบหรือเปล่า ถ้าเราได้ทำในสิ่งที่เราชอบ เราจะมีกำลังใจมุ่งมั่นที่จะศึกษาและได้ผลงานที่ดีกว่าทำเพราะจำเป็นต้องทำครับ

Narisa.com :และก็เป็นคำถามสุดท้ายนะครับ อยากถามเกี่ยวกับความคาดหวัง หรือความฝันของนายข้าวโพดหวานเกี่ยวกับชุมชนนักพัฒนาครับ

นายข้าวโพดหวาน : หัวข้อนี้ขอพูดถึงชุมชมนักพัฒนาคนไทยโดยรวมนะครับ ผมคิดว่าการที่ชุมชนในต่างประเทศประสบความสำเร็จ นอกจากเป็นเพราะเค้ามีจำนวนนักพัฒนามาก เลยทำให้เกิดธุรกิจหนังสือ งานอบรมสัมนา มีธุรกิจที่ปรึกษา มีการตั้งกลุ่ม user group ทำให้นักพัฒนาที่นั่นมีโอกาสได้เรียนรู้เทคโนโลยีต่างๆและเรียนรู้จากประสบการณ์ทั้งสิ่งที่ทำแล้วประสบความสำเร็จและสิ่งที่ทำแล้วล้มเหลวและควรหลีกเลี่ยง คนที่นั่นกล้าที่จะพูด กล้าถาม เคารพและให้เครดิตคนอื่น ผมคิดว่าถ้าชุมชนคนไทยแม้ว่าเราจะมีขนาดเล็กกว่าแต่ถ้าเราร่วมมือกันสร้างเน็ตเวิร์คให้แข็งเกร่ง ยินดีที่จะแชร์ข้อมูลกัน และนำจุดดีที่ๆอื่นทำแล้วประสบความสำเร็จมาประยุกต์ใช้ ผมเชื่อว่าชุมชนคนไทยสามารถทำอะไรได้ไม่น้อยหน้าต่างประเทศเลยครับ


ทางทีมงาน Narisa.com ขอขอบคุณนายข้าวโพดหวานมากครับ สำหรับความรู้ และแนวคิดที่น่าสนใจยิ่งครับ ซึ่งทางทีมงานของเราก็หวังว่า คงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ สมาชิกไม่มากก็น้อยนะครับ

หากเพื่อนๆ ท่านใดอยากให้ทางทีมงานสัมภาษณ์สมาชิกท่านใด ท่านสามารถส่ง PM มาทางคุณ Kouprex หรือจะ post ไว้ที่ Narisa Feedback Forum ก็ได้เช่นกันครับ

ขอบคุณครับ

Last Updated ( Wednesday, 20 July 2005 )
 
 
Joomla Templates by Joomlashack