Jump to content


Windows Server 2012

- - - - -

การลดหย่อนภาษี


  • Please log in to reply
8 replies to this topic

#1 mynameisxxx

mynameisxxx

    Newbie

  • Members
  • Pip
  • 15 posts

Posted 15 December 2006 - 10:11 AM

คือผมเพิ่งทำงานมา 2 ปีน่ะครับ  ปีแรกไม่ต้องเสียภาษีเลย เพราะว่ารายได้ไม่ถึงเกณฑ์น่ะครับ  แต่ปีนี้เท่าที่คำนวนแล้วน่าจะต้องเสียภาษีเป็นหมื่นเลยน่ะครับ  แต่เคยได้ยินมาว่ามีวิธีในการลดหย่อนภาษีได้น่ะครับ เท่าที่ผมรู้ก็คือการซื้อประกันชีวิตน่ะครับ  ไม่ทราบว่าพี่ๆที่นี่มีวิธีการลดหหย่อนภาษีแบบไหนบ้างเหรอครับ  จะได้เป็นแนวทางในการจัดการเงินรายได้ของตัวผมเองน่ะครับ  ขอบคุณครับ

#2 เอี้ยก้วย ณ แอนฟิลด์

เอี้ยก้วย ณ แอนฟิลด์

    Topgun

  • Topgun
  • 2804 posts

Posted 15 December 2006 - 10:17 AM

1. ซื้อประกัน
2. ซื้อกองทุน LTF
3. ผ่อนบ้าน

Edited by เอี้ยก้วย ณ แอนฟิลด์, 15 December 2006 - 11:18 AM.


#3 newjsp

newjsp

    Star

  • Star
  • 844 posts

Posted 15 December 2006 - 10:42 AM

3. หัก บิดา มารดา
4. ซื้อบ้าน  :D

#4 work4best

work4best

    Topgun

  • Topgun
  • 618 posts

Posted 15 December 2006 - 12:01 PM

- คู่สมรส declare ว่าไม่มีรายได้
- มีลูกเล็ก

#5 mynameisxxx

mynameisxxx

    Newbie

  • Members
  • Pip
  • 15 posts

Posted 15 December 2006 - 04:23 PM

ขอบคุณครับพี่ๆ
แต่เท่าที่ดูแล้วผมมีทางเลือกแค่ 2 ทางครับคือ (ข้ออื่นผมยังไม่เข้าข่ายน่ะครับ)
1 ซื้อประกัน
2 ซื้อกองทุน LTF
พี่ๆ คิดว่าควรจะเลือกทางไหนดีครับ
คือความคิดของผมนะครับ ก็คือไม่อยากเอาเงินไปกองไว้กับบริษัทประกันเป็นระยะเวลานานๆน่ะครับ (เผื่อใช้ฉุกเฉิน)
ส่วนการซื้อกองทุน ระยะเวลาสั้นกว่าประกันก็จริง แต่ผมเห็นคำเตือนว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ก็เลยลังเลอ่ะ ครับ ไม่รู้ว่าความเสี่ยงที่ว่านี่มันขนาดไหน
หรือว่าผมควรจะจ่ายภาษีโดยไม่ต้องลดหย่อน แล้วเอาเงินเก็บที่เหลือไปฝากธนาคารเฉยๆดีกว่าครับ

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ

#6 hehew

hehew

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 287 posts

Posted 18 December 2006 - 01:17 PM

ถ้าต้องจ่ายเงินเพื่อลดหย่อนภาษี
ผมว่าน่าจะเปลี่ยนเป็นคิดว่า ทำไงได้เงินกลับมาเท่ากับค่าภาษี ดีกว่าเปล่าอ่ะ
ภาษีอาจไม่ได้หักแต่เอาเงินไปให้ได้เงินมาเพิ่ม ...  :ph34r:

#7 เอี้ยก้วย ณ แอนฟิลด์

เอี้ยก้วย ณ แอนฟิลด์

    Topgun

  • Topgun
  • 2804 posts

Posted 18 December 2006 - 06:14 PM

View Posthehew, on Dec 18 2006, 01:17 PM, said:

ถ้าต้องจ่ายเงินเพื่อลดหย่อนภาษี
ผมว่าน่าจะเปลี่ยนเป็นคิดว่า ทำไงได้เงินกลับมาเท่ากับค่าภาษี ดีกว่าเปล่าอ่ะ
ภาษีอาจไม่ได้หักแต่เอาเงินไปให้ได้เงินมาเพิ่ม ...  :ph34r:

ภาษีส่วนใหญ่ก็ 10-20 % ต่อปี
ลงทุนไม่ใช่ทุกประเภทหรอกนะครับที่ได้ 10-20 % แน่ๆโดยไม่มีความเสี่ยง
ผมมองว่าควรทำทั้งสองอย่างครับ ส่วนเงินถ้าจะเอาไปฝากธาคารได้ไม่กี่ % เอาไปหักภาษีดีกว่าครับ
เพราะเงินกองทุน LTF กับ ประกันนั้นเงินต้นมักจะไม่หายอยู่แล้วครับ

#8 hehew

hehew

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 287 posts

Posted 18 December 2006 - 10:10 PM

LTF จ่ายไป เงินหายไป ห้าปีเลยหรือเปล่า
ดอกเบี้ยก็น่าจะลองคิดที่จำนวนปีเท่าๆกันด้วยนะ
ว่าหายไปห้าปีได้เท่าไรอ่ะ เห็นมีพวกฝากประจำเยอะแยะเลย
จำเป็นต้องใช้เงินก็เอาออกมาก็ได้  :ph34r:

LTF ผมก็ว่าน่าสนนะ แต่ห้าปีกลัวอ่ะ จนอยู่ :P

#9 siros

siros

    Topgun

  • Topgun
  • 1623 posts

Posted 19 December 2006 - 07:01 PM

ขออนุญาตให้ข้อมูลนะครับ
- ประกันชีวิต เดี๋ยวนี้ มีระยะสั้นแล้วครับ ... จ่ายทีเดียว อีกห้าปี เจ็ดปี รอรับคืนได้เลย เช่น ปีนี้อยากหักลดหย่อน ห้าหมื่น ก็ทำห้าหมื่นเลย จ่ายทีเดียว ไม่มีภาระต้องจ่ายเพิ่มในปีต่อๆ มา (ทำมาเพื่อคนอยากหักลดหย่อนภาษีโดยเฉพาะ)
- ความเสียงของการลงทุน ขึ้นอยู่กับกองทุนครับ คุณต้องศึกษาโครงการที่คุณสนใจดู ว่าเค้าเอาเงินไปลงทุนอะไร คาดว่าจะได้ผลกำไรอย่างไร ("คาด" นะครับ จริงๆ อาจจะไม่ได้ซักบาท)
ผมไม่เคยได้ดูละเอียดๆ จำไม่ได้ว่ามันมีรับประกันเิงินต้นด้วยหรือเปล่า

ผมคิดว่า หลักการตัดสินใจคร่าวๆ นะครับ คือ อยากทำประกันชีวิต หรือ อยากลงทุน
อยากทำประกันชีวิต ก็เลือกทำประกันก่อนครับ ตามจำนวนที่อยากทำ ... แล้วเอาิเงินส่วนที่เหลือมาลงทุน
ประกันชีวิตส่วนใหญ่ก็จะมีเงินปันผลครับ แต่เทียบกับการเอาไปลงทุนแล้ว อาจจะได้น้อยกว่า (ถ้าลงทุนได้กำไร)

ส่วนของการลงทุน ก็ขึ้นอยู่กับว่า ... ชอบชัวร์ หรือชอบลุ้น
ชอบชัวร์ๆ .. ประกันชีวิตบางประเภท เป็นลักษณะของการออมเงินครับ (คล้ายๆ การลงทุนในกองทุน) แต่ว่า จะมีการ การันตีผลประโยชน์ ว่าได้เท่านั้นเท่านี้
แต่อันนี้ ต้องเช็คดีๆ นะครับ ถามให้ละเอียดๆ เพราะ เดี๋ยวนี้ มีประกันฯ แบบที่ผลประโยชน์ vary ด้วย
ผลประโยชน์จากประกันฯ พวกนี้ ส่วนใหญ่จะดีกว่าฝากประจำ 2 ปี ครับ (แถมได้ลดหย่อนภาษีอีก) ... ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องตัดสินใจเลือกดีๆ ครับ มันไม่ได้เป็นอย่างนี้ทุกโปรแกรม

แต่ถ้าชอบลุ้น มั่นใจในการเก็งของตัวเอง .. เล่นกองทุนดีกว่าครับ LTF หรือ RMF ก็แล้วแต่ชอบสั้นหรือชอบยาว

อันนี้พูดเฉพาะที่ใ้ช้ลดหย่อนภาษีได้นะครับ ... จริงๆ มันยังมีช่องทางลงทุนอย่างอื่นอีก
ซึ่งจะเล่นอะไร แล้วแต่ style ของคนครับ ... คนที่กลางๆ มันจะกระจายลงหลายๆ อย่างครับ ทั้งเสี่ยงมาก เสี่ยงน้อย ระยะสั้น ระยะยาว
ส่วนตัวผม ผมมักจะเชียร์ให้เริ่มที่ประกันฯ ก่อนครับ (ประกันชีวิต สุขภาพ มะเร็ง ฯลฯ) ... เพราะเราไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรขึ้นมาเมื่อไหร่ อย่างน้อย ก็ทำให้พอที่จะไม่เป็นภาระของคนข้างหลังเรา (พ่อแม่ พี่น้อง ลูก เมีย กิ๊ก ฯลฯ)
ส่วนที่เหลือ ในปีแรกๆ ของการทำงาน ถ้ามีเงินเหลือไม่มาก ผมแนะนำว่า เอาไปลงเป็นเงินฝากประจำระยะกลางๆ (6 เดือน หรือ 1 ปี) เอาไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉินครับ
แต่ถ้ามีเงินสำรองพอสมควรแล้ว ... ก็เริ่มเอาไปลงทุนระยะยาวขึ้นได้ครับ (ผลประโยชน์มันดีกว่า)

เรื่องพวกนี้ ควรจะ plan ไว้ตั้งแต่ต้นปีครับ (จริงๆ ต้อง plan ไว้ตั้งแต่เริ่มทำงานหาเงินได้เลย)... เป็น Financial Plan ของชีวิตเราเอง ว่าปีนึงเราจะเก็บเงินให้ได้เท่าไหร่ เป็นเงินสำรองระยะสั้นเท่าไหร่ เงินเก็บระยะยาวเท่าไหร่
ต้องยอมรับว่า ประเทศเราสวัสดิการและคุณภาพชีวิตค่อนข้างแย่ (ประกันสังคม มีไว้ขูดหินปูน) ... ถ้าเราไม่เตรียมแผนการให้ตัวเองแล้ว แก่ตัวไป ก็ไม่รู้จะทำยังไงครับ

ผมเริ่มพูดจาเหมือนคนทำ MLM หรือยังครับ  :P

ปล. ผมไม่ได้ขายอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะประกันฯ หรืออาหารเสริม




0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users