เมื่อพูดถึง Contact Center (คอนแท็คเซ็นเตอร์ ) หลายท่านอาจนึกถึง Call Center ซึ่งหมายถึงที่ที่เราสามารถโทรศัพท์ไปติดต่อเมื่อเราเจอปัญหา มีคำถาม หรือการซื้อสินค้าและบริการ และสำหรับอีกชื่อที่เราคุ้นเคยคือ Help Desk ซึ่งในองค์กรส่วนใหญ่จะมีทีมดังกล่าวนี้คอยให้ความช่วยเหลือพนักงานในบริษัทในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบ IT ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้ พิมท์เอกสารไม่ได้ ระบบเครือข่ายใช้งานไม่ปกติ หรือ Projector ในห้องประชุมแสดงผลที่ไม่ถูกต้อง
ใน Call Center ก็จะมีพนักงานอย่าง Customer Service Representative (CSRs ) หรือ agents คอยทำงานรับโทรศัพท์จากลูกค้า(in bound ) หรือติดต่อสื่อสารไปยังลูกค้า(out bound)
Call Center กับ Contact Center ต่างกันอย่างไร
แม้ว่าในปัจจุบันระบบโทรศัพท์ก็ยังคงเป็นช่วงทางที่สำคัญอย่างมากในการการบริการต่อลูกค้า แต่อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันทำให้เราเห็นช่องทางอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น e-mail, Chat ,Text messaging หรือการติดต่อสื่อสารผ่าน web technology ก็เข้ามามีบทบาทมาขึ้นเรื่อย ๆ และลูกค้าก็มีความต้องการในการติดต่อที่หลากหลายช่องทางมากขึ้น ดังนั้นในปัจจุบัน.ในหลายองค์กรจึงมักนิยมเรียกส่วนในการติดต่อกับลูกค้านี้ว่าเป็น Contact Center มากกว่าที่จะเป็น Call Center เนื่องจากการติดต่อสื่อสารได้ทำการผ่านหลายช่องทาง
Contact Center อาจจะถูกสร้างโดยอาศัยระบบและเทคโนโลยีต่าง ๆ มาไว้ที่สถานที่เดียวกัน หรือการทำแบบ Virtual Contact center ซึ่งหมายถึงมีการตั้ง Contact Center ขึ้นมาแต่ไม่ได้ให้พนักงานทั้งหมดต้องมานั่งทำงานในที่ที่เดียวกัน พนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้โดยที่ลูกค้าก็ยังคงโทรมาที่เบอร์โทรศัพท์กลางที่เดียว รวมทั้งบาง Contact Center อาจถูกออกแบบสำหรับการทำ inbound หรือ outbound เพียงอย่างเดียวก็เป็นไปได้ แต่ไม่ว่าโครงสร้างหรือรูปแบบของ Contact Center จะเป็นอย่างไรแต่จุดมุ่งหมายสำคัญของ Contact Center ก็คือความพึงพอใจของลูกค้าต่อสินค้าและบริการของเรา
Microsoft Dynamics CRM เป็นซอฟต์แวร์ที่ได้ถูกออกแบบให้มาช่วยการจัดการบริหารข้อมูลที่ซึ่งสามารถทำงานได้กับ Contact center ที่มีขนาดและความซับซ้อนที่ต่างกันได้เป็นอย่างดี ซึ่งรวมไปถึงจุดเด่นที่น่าสนใจอย่างเช่น
ภาพที่ 2 : ตัวอย่างหน้าจอของ Microsoft Dynamics CRM ที่มีรูปที่คุ้นคยสำหรับท่านที่ใช้งาน Microsoft Office อยู่บ้างแล้ว
· การใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีอื่นของบริษัทไมโครซอฟท์ได้เป็นอย่างดี ก็จะเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่อง เนื่องจากจะช่วยให้การจัดการจากแผนก IT สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถใช้ทรัพยากรที่เราได้ลงทุนไปแล้วมาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าการเชื่อมต่อหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่าน Office SharePoint Server หรือแม้แต่การทำงานร่วมกับกันระบบ Unified communication
ภาพที่ 3 : ตัวอย่างหน้าจอของ Microsoft Dynamics CRM ที่มีการใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีอื่นของบริษัทไมโครซอฟท์
· การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานให้เข้ากับธุรกิจของเราได้ง่ายและประหยัดเวลาก็จะเป็นส่วนสำคัญอีกอย่างในความสามารถของ Microsoft Dynamics CRM
ภาพที่ 4 : ตัวอย่างหน้าจอของ Microsoft Dynamics CRM ที่ได้มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการใช้งานที่หลากหลายได้
จากข้อมูลที่ได้กล่าวมาผมคิดว่าน่าจะพอช่วยให้ท่านเห็นภาพรวมของการในระบบ CRM เข้ามาใช้งานใน Contact Center ได้บ้าง และหากท่านต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามมารถต่าง ของ Microsoft Dynamics CRM ขอเชิญได้ที่ “ http://crm.dynamics.com/ “ ครับ